Untitled Document
         
  หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ขั้นตอนยื่นกู้ ข่าวสาร ติดต่อเรา
 
ครม.ปรับโครงสร้างภาษีบุคคลลดหย่อน1แสน
คณะรัฐมนตรี ปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยให้ปรับปรุงการหักค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น พร้อมต่ออายุมาตรการบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการศึกษา พร้อมเห็นชอบบ้านธนารักษ์ประชารัฐขรก. นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยให้ปรับปรุงการหักค่าใช้จ่ายของเงินเดือน จากเดิมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 40 ของเงินได้แต่ไม่เกิน 60,000 บาท เป็นร้อยละ 50 ของเงินได้แต่ไม่เกิน 100,000 บาท และปรับเพิ่มค่าลดหย่อนบุตรจากเดิมคนละ 15,000 บาท และจำกัดจำนวนไม่เกิน 3 คน เป็นคนละ 30,000 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนบุตร นอกจากนี้ ยังปรับปรุงขั้นเงินได้และบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยปรับเปลี่ยนผู้มีรายได้ปีละ 2,000,001 - 5,000,000 เสียภาษีร้อยละ 30 และรายได้เกิน 5,000,001 ขึ้นไปเสียภาษีร้อยละ 35 โดยให้มีผลในปีภาษี 2560 ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างดังกล่าวจะทำให้รัฐเสียรายได้ปีละ 32,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ต่ออายุมาตรการผู้มีเงินได้ ซึ่งบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการศึกษามีสิทธิ์นำเงินที่บริจาคไปหักเป็นค่าลดหย่อนได้ 2 เท่า ของเงินได้ที่ได้จ่ายไป แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมิน หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ออกไปอีก 3 ปี หลังหมดอายุไปแล้วเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนการศึกษาไทย นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะให้เอกชนร่วมกันสร้างบ้านและคอนโดบนที่ดินราชพัสดุ ของกรมธนารักษ์ ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท นำร่อง 6 แปลง โดยแนวทางจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ โครงการเช่าระยะสั้น จะเป็นการก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัย ซึ่งจะเป็นพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 2 แปลง โดยจะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีรายได้ไม่เกิน 20,000 บาท สามารถเช่าเป็นรายเดือน เดือนละ 4,000 บาท เป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อให้ผู้มีสิทธิ์รุ่นใหม่ได้มีโอกาสเข้ามาอยู่อาศัยแทนและไม่ต้องการให้เกิดการเก็งกำไร ทั้งนี้ จะช่วยให้ข้าราชการผู้มีรายได้น้อยสามารถมีที่อยู่อาศัยในเขตเมือง ส่วนโครงการเช่าระยะยาว 30 ปี ผู้ประกอบการสามารถลงทุนก่อสร้างที่อยู่อาศัย อาทิ บ้านแถว บ้านเดี่ยว อาคารชุดพักอาศัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง ขณะเดียวกัน ยังมีวงเงินสินเชื่อสำหรับการซ่อมแซมหรือต่อเติมที่อยู่อาศัยบนที่ดินราชพัสดุไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ จะคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ในปีที่ 1 ส่วนปีที่ 2 - 3 คิดดอกเบี้ย ร้อยละ 2 และร้อยละ 5 ในปีที่ 4 - 6 ส่วนปีที่ 7 - 30 อัตราดอกเบี้ยลอยตัว
ชี้คนไทยมีรายได้ไม่พอ รายจ่ายพุ่ง
ม.หอการค้าไทย ชี้รายได้ประชากรเท่าเดิมแต่รายจ่ายเพิ่มขึ้น เหตุเศรษฐกิจชะลอตัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย "ผลสำรวจค่าครองชีพไทยแพงจริงหรือ" พบว่า รายได้ของประชากรส่วนใหญ่ร้อยละ 50.1 เพิ่มขึ้น แต่น้อยกว่ารายจ่าย ทำให้สถานภาพเศรษฐกิจของครัวเรือนเมื่อเทียบกับ 6 เดือนที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 60.1 จะมีสถานภาพเศรษฐกิจเท่าเดิมและส่วนใหญ่ร้อยละ 42.2 ระบุว่าสถานภาพทางเศรษฐกิจภายในครัวเรือนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังปี 2560 ส่วนหนี้ครัวเรือน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 56.3 เป็นหนี้ในระบบ โดยประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 52.8 เชื่อว่าภาระหนี้สินในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะเท่าเดิม
Alibaba ประกาศเข้าซื้อกิจการ Lazada อย่างเป็นทางการ
วันนี้ Alibaba บริษัทด้านพาณิชยกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) รายใหญ่ของจีน ประกาศเข้าซื้อกิจการและลงทุนเพิ่มใน Lazada แพลตฟอร์มด้านพาณิชยกรรมอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นทางการ ในการลงทุนนี้ Alibaba จะใช้เม็ดเงินรวมกันทั้งสิ้น 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครึ่งหนึ่งเป็นการซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายเดิม (500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และอีกครึ่งหนึ่งมาจากการเพิ่มทุนของ Lazada ในรูปแบบของหุ้นที่จะขายให้แก่ Alibaba (private placement) ซึ่งจากข้อตกลงนี้ Alibaba จะเป็นเจ้าของ Lazada ในทุกประเทศที่ Lazada เข้าไปดำเนินกิจการอยู่ ประกอบไปด้วย อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไทย และเวียดนาม Michael Evans ผู้บริหารของ Alibaba ระบุว่าการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ จะทำให้ Alibaba มีแพลตฟอร์มที่ดีในการเข้าถึงลูกค้าที่อยู่นอกประเทศจีน และเชื่อว่าผู้บริหารชุดปัจจุบันจะทำให้บริษัทเข้มแข็ง และสนับสนุนกลยุทธ์การขยายตัวเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างดี ด้านสำนักข่าว Reuters รายงานว่าหนึ่งในผู้ลงทุนเดิมของ Lazada ซึ่งก็คือ Tesco บริษัทด้านซุปเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่จากอังกฤษ ประกาศตกลงที่จะขายหุ้นใน Lazada ที่มีอยู่ตามดีลนี้ อย่างไรก็ตามทาง Tesco จะยังคงถือหุ้นใน Lazada จำนวน 8.3% อยู่ ซึ่งขัดกับแถลงการณ์จากทาง Alibaba ที่ระบุว่าซื้อทั้งหมดครับ
ยกเว้นค่าธรรมเนียมถอนเงินข้ามเขตผ่าน ATM ช่วงสงกรานต์ 2559
สมาคมธนาคารไทย ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมถอนเงินข้ามเขตผ่านเอทีเอ็มทั่วประเทศ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2559 ตั้งแต่วันที่ 13-17 เมษายนนี้ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว วันที่ 7 เมษายน 2559 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 นำเสนอข่าวดีรับเทศกาลสงกรานต์ 2559 ระบุว่า นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย ได้เปิดเผยว่า สมาชิกสมาคมธนาคารไทยมีมติยกเว้นค่าธรรมเนียมถอนเงินข้ามเขตผ่านตู้เอทีเอ็ม และฝากเงินสดข้ามเขตผ่านเครื่องซีดีเอ็มภายในธนาคารเดียวกัน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สำหรับบริการทางการเงินที่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม มีดังนี้ - ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายการถอนเงินสดข้ามเขตผ่านเครื่องถอนเงินสดอัตโนมัติ (ATM) ธนาคารเจ้าของบัตร - ยกเว้นค่าธรรมเนียมฝากเงินสดข้ามเขตผ่านเครื่องรับฝากเงินสดอัตโนมัติ (CDM) ภายในธนาคารเดียวกัน โดยให้มีระยะเวลาการยกเว้นค่าธรรมเนียม ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน ไปจนถึงเวลา 23.00 น. ของวันที่ 17 เมษายนนี้ นอกจากนี้ ทางธนาคารยังได้จัดเตรียมเงินสดตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์
ธนาคารออมสินหยุดรับขอสินเชื่อบ้านประชารัฐ
ธนาคารออมสิน หยุดรับแจ้งความประสงค์ ขอสินเชื่อบ้านประชารัฐ หลังมีผู้สนใจเกินวงเงินกว่า 34,528 ล้านบาท นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการให้สินเชื่อบ้านในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ภายใต้ “โครงการบ้านประชารัฐ” ของธนาคารออมสิน วงเงิน 20,000 ล้านบาท นั้น ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ธนาคารได้หยุดรับการแจ้งความประสงค์ และยื่นกู้แล้ว เนื่องจากมีผู้สนใจจำนวนถึง 31,352 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อรวมกว่า 34,528 ล้านบาท ทั้งนี้ ธนาคารออมสิน อยู่ระหว่างคัดกรอง ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สนใจทั้งหมด โดยคาดว่าจะมีผู้ผ่านเกณฑ์ได้รับการอนุมัติประมาณ 60-70% จากจำนวนผู้แจ้งความประสงค์มาทั้งหมด จากนี้ไปเมื่อการพิจารณาสินเชื่อทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว หากยังมีวงเงินโครงการเหลืออยู่ ทางธนาคารออมสิน จะเปิดให้แจ้งความประสงค์ และรับเรื่องยื่นกู้ใหม่อีกครั้งต่อไป
สศค.ชี้เศรษฐกิจโลกคือปัจจัยเสี่ยงหลัก
สศค.ชี้เศรษฐกิจโลกคือปัจจัยเสี่ยงหลัก-จับตาภัยแล้ง ผอ. สศค. ชี้ เศรษฐกิจโลก คือ ปัจจัยเสี่ยงอันดับแรก ยันรัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ดัน GDP โตเกิน 3% มั่นใจGDPโตเกิน3%จับตาภัยแล้ง นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ปัจจัยเสี่ยงเป็นอันดับแรกต่อเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ คือ เศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความเสี่ยงจากภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ยุโรป รวมถึง ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ทำให้เป็นภาวะเสี่ยงต่ออัตราแลกเปลี่ยน และเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งที่ผ่านมาแม้ธนาคากลางของแต่ละแห่งจะมีการจัดการโดยวางนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ รวมไปถึงการอัดฉีดมาตรการอัดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ หรือ QE แต่เหมือนการดำเนินการนโยบายดังกล่าว ยังไม่มีผลเท่าที่ควร ทำให้เศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัว และประชาชนยังคงไม่ใช้เงิน แต่มั่นใจว่าจากมาตรการการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ โดยกระทรวงคมนาคม ที่มีกว่า 1.6 ล้านล้านบาท จะออกมานั้น เชื่อว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้เกินร้อยละ 3 ในปีนี้อย่างแน่นอน นายกฤษฎา ยังเปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้เกินร้อยละ 3 อย่างแน่นอน เนื่องจากการคาดการณ์ของทั้งทาง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ รวมไปถึงธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) และธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ที่ต่างออกมาประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2559 จะขยายตัวได้ในอัตราร้อยละ 3 ขึ้นไป แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง ทั้งนี้ ทาง สศค. ยังเป็นห่วงเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นที่ยังคงได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และปัญหากำลังซื้อในประเทศที่ลดลง ซึ่งมาตรการของภาครัฐจะช่วยเข้ามาพยุงเศรษฐกิจไทยในช่วงระยะสั้น แต่ทั้งนี้หากมองในระยะยาว เศรษฐกิจไทยยังคงมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง จึงมั่นใจว่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

<< กลับ [ 1 ][ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ][ 6 ][ 7 ][ 8 ][ 9 ][ 10 ][ 11 ] 12 [ 13 ][ 14 ][ 15 ] ถัดไป>>