Untitled Document
         
  หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ขั้นตอนยื่นกู้ ข่าวสาร ติดต่อเรา
 
คปภ.ตั้งกรรมการรับมือกับสภาวะดอกเบี้ยต่ำ
คปภ. ถกหน่วยงาน ตั้งกรรมการรับมือกับสภาวะดอกเบี้ยต่ำ คาดหารือรอบ 2 เร็วๆนี้ ป้องกระทบแผน พัฒนาธุรกิจประกันภัยฉบับที่ 3 นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ดอกเบี้ยต่ำยาวนานในขณะนี้ มองว่าเป็นสถานการณ์พิเศษและยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งทางคปภ. และธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) มีความเป็นห่วง เนื่องจากมีกรมธรรม์แบบที่การันตีให้ผลตอบแทนขั้นต่ำไว้ที่2%ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำกว่าอยู่ 1.5% และอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรต่ำไม่ถึง2%ดังนั้น จึงได้มีการหารือร่วมกันกับทางสมาคมประกันชีวิตไทย เพื่อหาทางรับมือกับสภาวะดอกเบี้ยต่ำ โดยเห็นชอบร่วมกันให้มีการตั้งคณะกรรมการเข้ามาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ประกอบด้วยกรรมการจากหลายภาคส่วน ทั้ง คปภ. สมาคมประกัน สภาวิชาชีพทางบัญชี กระทรวงพาณิชย์ ธปท. และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อบริหารจัดการลงทุนและการรับประกันภัยอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทางสมาคมฯ มีข้อเสนอต่างๆ ทั้งการปรับมาตรฐานทางบัญชี การปรับด้านการลงทุน ปรับรายงาน รวมถึงการปรับผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้เหมาะสม ซึ่งเร็วๆ นี้คงต้องมีการหารือกันอย่างเป็นระบบอีกครั้ง เพื่อป้องกันผลกระทบกับการเดินหน้าตามแผนพัฒนาธุรกิจประกันภัยฉบับที่ 3 และการกำกับเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยงระยะสอง
กรุงไทยลดดอกเบี้ยเงินกู้MORและMRR
ธนาคารกรุงไทย ลดดอกเบี้ยเงินกู้ MOR และ MRR ลง 0.255% ต่อปี มีผลตั้งแต่ 27 เมษายน นี้ เป็นต้นไป ธนาคารกรุงไทย ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภท MOR และ MRR ลงอย่างละ 0.255% ต่อปี เหลืออัตรา 7.12% ต่อปี และอัตรา 7.62% ต่อปีตามลำดับ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ และช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME และลูกค้ารายย่อยเพิ่มเติม หลังจากที่ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ลง 0.25% ต่อปี เหลืออัตรา 6.275% ต่อปี เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา
รมว.คลังมั่นใจเศรษฐกิจไทยโตเกิน3%
รัฐมนตรีฯ คลัง มั่นใจ เศรษฐกิจไทยโตเกิน 3% เร่งลงทุนภาครัฐ ตามเป้า 1.3 แสนล้านบาท หนุนเอกชนลงทุน ยัน ไม่ต่ออายุมาตรการอสังหาริมทรัพย์ ชี้ ยังไม่จำเป็นออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ว่า ยังมีความมั่นใจถึงเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตเกินร้อยละ 3 แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะมีปัญหากระทบกับการส่งออกของไทยจนหลายหน่วยงานประเมินว่า การส่งออกของไทยปีนี้จะขยายตัวติดลบ และจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ไม่ถึงร้อยละ 3 แต่ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้มาจากหลายปัจจัย นอกจากการส่งออก โดยกระทรวงการคลัง ยังมองว่า การลงทุนภาครัฐและภาคเอกชนต้องทำให้ได้ตามเป้าหมาย โดยได้ตั้งเป้าการลงทุนโครงการต่างๆ ของภาครัฐทั้งหมดในปีนี้ไว้ที่ 130,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มเม็ดเงินเข้าสู่ระบบและเสริมประสิทธิภาพของประเทศขณะเดียวกัน ยังต้องเร่งให้ภาคเอกชนเกิดลงทุน เพราะมีสัดส่วนที่สูงกว่าการลงทุนของภาครัฐ ทำให้ที่ผ่านมา รัฐบาลออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนเป็นจำนวนมาก ขณะที่การลดดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ ช่วยส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการถูกลง และกระตุ้นการลงทุนเพิ่มขึ้น ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นออกมาตรการเพิ่มเติม เพื่อเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ หากจะมีการออกมาตรการ ควรที่จะมุ่งเน้นในการช่วยกลุ่มคนที่ได้รับความยากลำบาก และยืนยันว่ามีงบประมาณเพียงพอที่จะดำเนินการ ขณะที่มาตรการอสังหาริมทรัพย์ เรื่องลดค่าธรรมเนียมและจดจำนองที่จะสิ้นสุดในเดือน เม.ย.นี้ ยังไม่มีแนวคิดขยายเวลามาตรการดังกล่าว เนื่องจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ประสบปัญหาแล้ว อีกทั้ง รัฐบาลได้ทำบ้านประชารัฐเพื่อช่วยคนที่ลำบากมีรายได้น้อยให้มีบ้านเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งเป็นมาตรการที่จะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ต่อเนื่อง ขณะที่ความคืบหน้าการตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์) วงเงิน 1 แสนล้านบาท ขณะนี้ ได้หารือการจัดตั้งกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แต่ต้องรอความพร้อมการคัดโครงการเข้ามาอยู่ในกองทุน เพื่อไม่ให้การระดมเงินมาแล้ว ไม่มีโครงการที่จะใช้เงิน ทำให้มีภาระต้นทุนโดยเปล่าประโยชน์
ธ.กรุงเทพ-กสิกร ลดดอกเบี้ยกู้ MRR-MOR ลง 0.25%
2 แบงก์ใหญ่ กรุงเทพ-กสิกร นำตลาดลดดอกเบี้ยเงินกู้อีกละลอก โดยปรับลดดอกเบี้ย MRR และ MOR ลง 0.25 % ช่วยรายย่อยเป็นการลดภาระและกระตุ้นเศรษฐกิจสนองนโยบายรัฐบาล นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดีลงร้อยละ 0.250 เหลือร้อยละ 7.625 มีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2559 การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR นับเป็นความต่อเนื่องในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจหลังจากที่ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มแอลอาร์ (MLR) ลงร้อยละ 0.25 เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ในครั้งนี้นับเป็นการนำร่องปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR เพื่อต้องการช่วยเหลือผู้ประกอบการในเรื่องการลดต้นทุนด้านอัตราดอกเบี้ย หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีส่วนกระตุ้นให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจโดยภาพรวม ดังนั้น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อครั้งนี้ จึงเป็นการตอบสนองนโยบายเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืน กสิกรลดทั้ง MRR และ MOR ลง 0.25 % นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทย ได้พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR และ MOR ลงร้อยละ 0.25 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะในภาวะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังชะลอตัว อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเร่งการฟื้นตัวของประเทศ การปรับลงครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและลูกค้ารายย่อยเพิ่ม หลังจากธนาคารปรับอัตราดอกเบี้ย MLR ลงร้อยละ 0.25 เป็นธนาคารแรกในเดือนที่ผ่านมา เพื่อเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปอย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ ธนาคารทำการปรับอัตราดอกเบี้ย MRR และ MOR ลดลงร้อยละ 0.25 เหลือร้อยละ 7.62 และร้อยละ 7.12 ตามลำดับ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2559
ราคาทองร่วง 200 บาท ทองรูปพรรณขายออก 20,900 บาท
สมาคมผู้ค้าทองคำประกาศราคารับซื้อ ขายทองคำประจำวันที่ 23/04/2559 เวลา 09:12 น. ครั้งที่ 1 ราคาปรับลดลง 200 บาท จากราคาปิดวานนี้ โดยทองคำแท่งรับซื้อ 20,400.00 บาท ขายออก 20,500.00 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อ 20,102.16 บาท ขายออก 20,900.00 บาท
ธปท. ชี้ค่าบาทแข็งค่าขึ้น 3%จากต้นปี
ธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้ เงินบาทแข็งค่าขึ้นร้อยละ 3 จากต้นปี ยังสอดคล้องภูมิภาค พร้อมจับตาใกล้ชิด นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นเกี่ยวกับทิศทางของค่าเงินบาทในปัจจุบันว่า ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนมากขึ้นจากปัจจัยภายนอกเป็นสำคัญ โดยล่าสุดเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นบ้าง โดยเคลื่อนไหวที่ราว 34.80 – 35.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ตามความรู้สึกของตลาดที่ดีขึ้นหลังราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นเหนือ 40 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ประกอบกับท่าทีที่ชัดเจนมากขึ้นธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ว่าจะยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีเงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ สอดคล้องกับเงินสกุลภูมิภาคอื่น ๆ ที่แข็งค่าขึ้นเช่นเดียวกัน ด้านเงินทุนเคลื่อนย้าย ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาพบว่า มีเงินทุนไหลเข้าในหลักทรัพย์สุทธิประมาณ 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเข้าตลาดหุ้นประมาณ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเข้าตลาดพันธบัตรอีกประมาณ 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเข้าซื้อพันธบัตรระยะสั้น โดยภาวะเงินทุนไหลเข้าดังกล่าวเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเช่นกัน สำหรับในส่วนของ ธปท. ก็จะติดตามสถานการณ์ในตลาดการเงินโลกอย่างใกล้ชิด และหากเงินบาทเคลื่อนไหวในลักษณะที่จะส่งผลกระทบต่อการปรับตัวของภาคเศรษฐกิจจริง ธปท. ก็พร้อมที่จะเข้าดูแลเสถียรภาพในตลาดการเงิน

<< กลับ [ 1 ][ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ][ 6 ][ 7 ][ 8 ][ 9 ][ 10 ] 11 [ 12 ][ 13 ][ 14 ][ 15 ] ถัดไป>>