Untitled Document
         
  หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ขั้นตอนยื่นกู้ ข่าวสาร ติดต่อเรา
  • image01
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 
 
นโยบายประชารัฐสวัสดิการ ให้กับผู้มีรายได้น้อยโดยการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
วันที่ 21 กันยายน 2560 เวลา 9.49 น. จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับคณะบริหารกลางคลังประจำจังหวัดภูเก็ตได้จัดพิธีมอบบัตรสวัสดิการให้กับผู้มีรายได้น้อย โดย นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพร้อมด้วย นางลัดดา พุทธชาติ ประธานคณะกรรมการผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดภูเก็ต และ คบจ.ภูเก็ต โดย Kick off นโยบายประชารัฐสวัสดิการ การให้ความช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการให้กับผู้มีรายได้น้อยในวันแรกของการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับจังหวัดภูเก็ตมีผู้ได้รับสิทธิตามนโยบายดังกล่าว 31,788 ราย เริ่มใช้สิทธิ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป ทั้งสิทธิลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนวงเงิน 200 หรือ 300 บาทต่อเดือน ใช้สิทธิรูดบัตรด้วยเครื่อง EDC ได้ที่ร้านธงฟ้าประชารัฐทั้ง 59 แห่งทั่วเกาะภูเก็ต และใช้สิทธิลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ได้แก่ ค่าโดยสารรถ บขส.วงเงิน 500 บาทต่อเดือน รถไฟ วงเงิน 500 บาทต่อเดือน รวมทั้งส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ซึ่งนโยบายประชารัฐสวัสดิการเป็นหนึ่งในโครงการ Payment ภาครัฐภายใต้โครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ( National e-payment )
อบจ.ภูเก็ต สนับสนุนงานสมัชชาสวัสดิการชุมชน “ร้อยขบวนชุมชนคนภูเก็ต”
อบจ.ภูเก็ต สนับสนุนงานสมัชชาสวัสดิการชุมชน “ร้อยขบวนชุมชนคนภูเก็ต”
สรท.หนุนแบงก์ลดดบ.เงินกู้ช่วยSMEs
สภาผู้ส่งออก ยินดีแบงก์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ช่วยลดต้นทุน SMEs หนุนเอกชนลงทุนเพิ่ม นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยกับสำนักข่าว INN ว่า กรณีที่ธนาคารพาณิชย์ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ตามนโยบายของรัฐบาลนั้น ทางภาคเอกชนดีใจที่ธนาคารยอมลดดอกเบี้ย เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการหารือกับธนาคารแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ และส่วนตัวตั้งข้อสังเกตุระหว่างดอกเบี้ยเงินกู้และดอกเบี้ยเงินฝากมีความแตกต่างกันมาก ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงในครั้งนี้ร้อยละ 0.25-0.50 จึงถึงว่าเป็นตัวเลขที่น้อยมาก อย่างไรก็ตาม อานิสงค์ของการลดดอกเบี้ยเงินกู้ครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำเงินไปลงทุนได้มากขึ้น ซึ่งจะเอื้อต่อภาพรวมเศรษฐกิจได้
บลจ.กรุงศรีชูตลาดหุ้นไทยน่าลงทุนชี้ศก.ฟื้น
บลจ.กรุงศรี ชู ตลาดหุ้นไทยน่าลงทุน เมื่อเทียบกับภูมิภาค ชี้ เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว เล็งจ่ายปันผลกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผล น.ส.ศิริพร สินาเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) เปิดเผยว่า บลจ. กรุงศรี ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในระยะกลางถึงยาว อันเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2560 และผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงตลาดหลักทรัพย์ไทยยังเป็นที่น่าสนใจลงทุนเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ในภูมิภาค นอกจากนี้ บลจ.กรุงศรี เตรียมจ่ายปันผลกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผล (KFSDIV) สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2559 - 31 มีนาคม 2560 ในอัตราหน่วยละ 0.25 บาท โดยมีกำหนดปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผลเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทั้งนี้ กองทุน KFSDIV มีการประกาศจ่ายเงิน ปันผลไปแล้ว 33 ครั้ง ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนในปี 2550 จนถึงวันที่ 15 พ.ค. 60 เป็นจำนวนเงินรวม 15.15 บาท/หน่วย เป็นกองทุนหุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมโดยมีมูลค่าเงินลงทุนกว่า 17,702 ล้านบาท ได้รับ Morningstar Rating 4 ดาว ซึ่ง กองทุน KFSDIV เหมาะสำหรับ ผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากการรับเงินปันผลที่สม่ำเสมอจากหุ้นที่ลงทุนมากกว่าการแสวงหาการเติบโตของมูลค่าหุ้น โดยกองทุนมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีแนวโน้มจ่ายเงินปันผลดีไม่น้อยกว่า 65% ของNAV ความเสี่ยงสูง ระดับ 6
ผู้ว่าฯททท.เชื่อปี60ต่างชาติเข้าไทย34.4ล้านคน
ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มั่นใจเป้าหมาย ปี 60 นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย 34.4 ล้านคน จีนมากสุด ชู จุดแข็งศูนย์กลางอาเซียน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า จากสถานการณ์ท่องเที่ยวไทย ล่าสุดที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาได้ประกาศว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-15 พฤษภาคมมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยแล้วกว่า 13ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้ 6.7 แสนล้านบาทขยายตัวร้อยละ 2.33 และ 4.10 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นั้น ททท.เชื่อว่าในปีนี้ ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมียอดตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 34.4 ล้านคนแน่นอน โดยนักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นนักท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนมากที่สุด ขณะเดียวกัน ททท.ได้เปิดตัวโครงการ เที่ยวไทยเท่ ซึ่งเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในไทย เป็นการชวนคนไทยออกไปออกแบบความเท่ในรูปแบบการท่องเที่ยวของตนเอง เกิดความรู้สึกว่า เที่ยวเมืองไทย=เท่ ซึ่งทั้งหมดจะเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้น และเป็นการสร้างจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

 
 
 
นโยบายประชารัฐสวัสดิการ ให้กับผู้มีรายได้น้อยโดยการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
วันที่ 21 กันยายน 2560 เวลา 9.49 น. จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับคณะบริหารกลางคลังประจำจังหวัดภูเก็ตได้จัดพิธีมอบบัตรสวัสดิการให้กับผู้มีรายได้น้อย โดย นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพร้อมด้วย นางลัดดา พุทธชาติ ประธานคณะกรรมการผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดภูเก็ต และ คบจ.ภูเก็ต โดย Kick off นโยบายประชารัฐสวัสดิการ การให้ความช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการให้กับผู้มีรายได้น้อยในวันแรกของการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับจังหวัดภูเก็ตมีผู้ได้รับสิทธิตามนโยบายดังกล่าว 31,788 ราย เริ่มใช้สิทธิ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป ทั้งสิทธิลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนวงเงิน 200 หรือ 300 บาทต่อเดือน ใช้สิทธิรูดบัตรด้วยเครื่อง EDC ได้ที่ร้านธงฟ้าประชารัฐทั้ง 59 แห่งทั่วเกาะภูเก็ต และใช้สิทธิลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ได้แก่ ค่าโดยสารรถ บขส.วงเงิน 500 บาทต่อเดือน รถไฟ วงเงิน 500 บาทต่อเดือน รวมทั้งส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ซึ่งนโยบายประชารัฐสวัสดิการเป็นหนึ่งในโครงการ Payment ภาครัฐภายใต้โครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ( National e-payment )
10 เหตุผลที่ทำให้คุณยังไม่เป็นเศรษฐีเงินล้าน
การมีเงินใช้อย่างสุขสบายเป็นจุดมุ่งหมายในชีวิตของใครหลายๆคน ซึ่งคนเราก็มักจะดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อหาเงินล้าน แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะการทำงานหนักเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้เป็นเศรษฐีขึ้นมาได้ในเร็ววัน หลายคนอาจจะสงสัยว่าคนเป็นเศรษฐีเขาทำกันอย่างไรถึงได้ร่ำรวยมีเงินล้าน และนี่คือ 10 เหตุผลที่ทำให้คุณยังไม่เป็นเศรษฐีเงินล้าน 1. คุณยังไม่มีคนแนะแนวทางที่ถูกต้อง ทุกวันนี้คุณควรจะมีใครซักคนที่คอยแนะนำแนวทางที่ถูกต้องในการ และคอยผลักดันคุณไปสู่ความสำเร็จ เพราะหากคุณเริ่มต้นด้วยการลองผิดลองถูก ซึ่งบางครั้งอาจจะไปผิดทิศทางบ้าง จะทำให้เสียทั้งเงินและเวลา แต่หากคุณมีคนที่ไว้ใจ คอยแนะแนวทางก็จะได้เปรียบกว่า และบางทีก็มักจะเป็นเส้นทางที่ดีกว่าด้วย 2. คุณมัวแต่รอเวลา ไม่ลงมือทำซักที ไม่มีใครสามารถขึ้นแท่นเป็นเศรษฐีได้ด้วยการนั่งเฉยๆ หรือหาข้ออ้างว่ารอเวลา รอจังหวะที่เหมาะสม บางคนปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปทั้งๆที่มีไอเดียดีๆอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่ถ้าคนที่เป็นเศรษฐี พวกเขาจะลงมือทำทันที เพื่อไม่ให้เสียโอกาสหรือปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป 3. คุณกลัวความล้มเหลว แน่นอนว่าจะทำอะไรย่อมมีความเสี่ยง หรือความล้มเหลวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่เมื่อใดที่คุณล้มลง นำความล้มเหลวนั้นมาเป็นบทเรียน เพราะถ้าคุณมัวแต่กลัวว่าจะล้มคุณก็จะไม่มีวันชนะมัน 4. คุณมีเป้าหมายที่ไม่ชัดเจน คนที่มีเป้าหมายไม่ชัดเจน จะไม่สามารถตัดสินใจทำอะไรได้ดีนัก เพราะเป้าหมายเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและไม่นิ่ง บางทีก็อยากทำแบบนั้นแบบนี้ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ วิธีแบบนี้จะไม่ทำให้คุณเป็นเศรษฐีอย่างแน่นอน เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเปลี่ยนแปลงแผนโดยไม่มีจุดหมาย 5. คุณคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ เวลาเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ ร่ำรวยมหาศาล แต่กลับบอกกับตัวเองว่าโชคไม่เข้าข้างเราบ้าง และเราคงไม่มีวันเป็นอย่างนั้นแน่ นั่นเป็นความคิดที่ควรรีบเอาออกไปให้เร็วที่สุด เพราะคุณกำลังบั่นทอนกำลังใจตัวเอง จงเชื่อมั่นว่าคุณก็เป็นคนหนึ่งที่สามารถก้าวไปเป็นเศรษฐีได้ และเชื่อว่าคุณก็สามารถทำตามเป้าหมายที่ตนวางไว้ได้ 6. คุณไม่ได้เป็นนายตัวเอง เพราะการเป็นลูกจ้างกินเงินเดือนไม่ได้ทำให้คุณรวยหลักล้านขึ้นมา มองหาช่องทางที่เหมาะสมเพื่อรอจังหวะในการทำธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าการออกจากงานประจำทันที คุณควรเก็บเงินและรักษาเงินทุน และลองดำเนินธุรกิจด้วยตัวเองก่อน ว่าหากไปได้สวยจึงค่อยออกจากงานประจำ 7. คุณใช้อินเตอร์เนตไม่เป็น คำว่า “ไม่เป็น” ในที่นี้หมายถึงการใช้อินเตอร์เนตไปในทางที่สามารถสร้างรายได้ ไม่ใช่ใช้เพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว เพราะอินเตอร์เนตจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยสร้างรายได้ของคุณ ด้วยต้นทุนที่ต่ำและเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขวางกว่า 8. คุณยังบริหารจัดการเงินได้ไม่ดีพอ การวางแผนงบประมาณทั้งรายรับและรายจ่าย จะช่วยให้คุณบริหารจัดการเงินได้ง่ายขึ้น โดยการตั้งเป้าหมายทางการเงิน แบ่งออกเป็นสัดส่วนเงินออม เงินลงทุน เงินฉุกเฉิน จะทำให้การใช้เงินของคุณมีทิศทางมากขึ้น ไม่ใช่ใช้แบบเรื่อยเปื่อยและใช้จ่ายไปกับสิ่งของฟุ่มเฟือยจนหมด 9. คุณยังมีความพยายามไม่มากพอ ลองถามตัวเองก่อนว่า วันนี้คุณได้ใส่ใจและความพยายามลงไปอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง เพราะหากคุณแค่ทำๆเล่นๆ ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา มีแต่จะเสียเวลาเปล่าๆ คนที่เป็นเศรษฐีเมื่อทำอะไรแล้ว เขาจะทุ่มเทกับมันอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้ลังเลหรือทำเพียงแค่ฆ่าเวลา 10. คุณยังไม่เจอกับกลุ่มที่ใช่ เพราะถ้าหากคุณอยากจะเป็นเศรษฐีแล้วล่ะก็ สังคมแวดล้อมก็จำเป็นสำหรับคุณ โดยเป็นคนที่มีเป้าหมายเหมือนกัน คนที่ขยันและใส่ใจในการพัฒนาตัวเอง คนที่มองหาแรงบันดาลใจและคนที่พร้อมจะแบ่งปันประสบการณ์ ให้คำแนะนำกับคุณ เพราะหากคุณพบเจอแต่กลุ่มคนเหล่านี้จะยิ่งช่วยป็นเชื้อเพลิงผลักดันให้คุณทำความฝันและเป้าหมายให้เป็นจริงเร็วขึ้น
มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้! เชิญลูกหนี้ 1.9 หมื่นรายเข้าร่วม
กรมบังคับคดีจับมือสถาบันการเงิน 9 แห่ง เชิญลูกหนี้ 1.9 หมื่นราย เข้าไกล่เกลี่ยหนี้ หวังแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและลดการยึดทรัพย์ขายทอดตลาด น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า กรมฯ ร่วมกับสถาบันการเงินและบริษัทต่าง ๆ 9 แห่ง จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้พิพาทชั้นบังคับคดี โดยได้ออกหนังสือเชิญลูกหนี้ให้เข้าร่วมการไกล่เกลี่ยทั้งสิ้น 19,961 ราย คิดเป็นทุนทรัพย์รวม 7,105 ล้านบาท โดยลูกหนี้ส่วนใหญ่จะเป็นหนี้ภาคครัวเรือน เช่น หนี้บัตรเครดิต, สินเชื่อส่วนบุคคล และเช่าซื้อรถยนต์ ที่ศาลมีคำพิพากษาชั้นบังคับคดีแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่ต้องการลดปัญหาหนี้ครัวเรือน และปัญหาการยึดทรัพย์ขายทอดตลาด เพื่อนำมาชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ สำหรับสถาบันการเงินและบริษัทที่จะเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารซิตี้แบงก์, ธนาคารออมสิน, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย, บริษัท บัตรกรุงไทย (เคทีซี), บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท, บริษัท ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง, บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทย และบริษัท ตรีเพชรอีซูซุ ลิสซิ่ง กรมบังคับคดีจับมือสถาบันการเงิน 9 แห่ง เชิญลูกหนี้ 1.9 หมื่นราย เข้าไกล่เกลี่ยหนี้ หวังแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและลดการยึดทรัพย์ขายทอดตลาด น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า กรมฯ ร่วมกับสถาบันการเงินและบริษัทต่าง ๆ 9 แห่ง จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้พิพาทชั้นบังคับคดี โดยได้ออกหนังสือเชิญลูกหนี้ให้เข้าร่วมการไกล่เกลี่ยทั้งสิ้น 19,961 ราย คิดเป็นทุนทรัพย์รวม 7,105 ล้านบาท โดยลูกหนี้ส่วนใหญ่จะเป็นหนี้ภาคครัวเรือน เช่น หนี้บัตรเครดิต, สินเชื่อส่วนบุคคล และเช่าซื้อรถยนต์ ที่ศาลมีคำพิพากษาชั้นบังคับคดีแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่ต้องการลดปัญหาหนี้ครัวเรือน และปัญหาการยึดทรัพย์ขายทอดตลาด เพื่อนำมาชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ สำหรับสถาบันการเงินและบริษัทที่จะเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารซิตี้แบงก์, ธนาคารออมสิน, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย, บริษัท บัตรกรุงไทย (เคทีซี), บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท, บริษัท ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง, บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทย และบริษัท ตรีเพชรอีซูซุ ลิสซิ่ง
นักวิชาการย้ำ ได้ผลจริง ! วิธีลดดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน สูงสุดถึง 4.5 %
นักวิชาการ เผยวิธีลดดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน ได้ผลจริงช่วยลดภาระได้สูงถึง 4.5 % แนะลูกหนี้ดี อย่าพลาดโอกาส รีบดำเนินการตามสิทธิ รับรองปลดหนี้ได้หมดเร็วกว่าที่คาดมาก วันนี้ (28 เม.ย. 60) ดร.สมเกียรติ โอสถสภา นักวิชาการด้านเศรษฐกิจการเมือง โด้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว Somkiat Osotsapa แนะนำ วิธีการลดดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน โดยได้ย้ำว่า ได้เสนอวิธีการนี้มาหลายครั้งแล้ว ร่วมสี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งตามวิธีดังกล่าวจะสามารถลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงได้สูงถึง 4.5 % ซึ่งจะทำให้ผู้กู้สามารถปลดหนี้เงินกู้ดังกล่าวลงได้เร็วกว่ากำหนดมาก เป็นการลดภาระและสร้างสุขให้กับประชาชนหลายล้านคน พร้อมกันนี้ ยังได้ยกข้อความ ของผู้ที่ติดตาม และได้นำวิธีการลดดอกเบี้ยไปใช้ซึ่งได้ผลหลายรายมานำเสนอเป็นตัวอย่างด้วย ขอลดดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคาร A ถ้าคุณไปกู้เงินซื้อบ้านไว้แล้ว เมื่อครบสามปี ต้องไปติดต่อขอลดดอกเบี้ยครับ จะได้ดอกเบี้ยต่ำลง 1.5-1.75% บอกไว้เมื่อหลายวันก่อน อย่าลืมนะครับ สามปีไปครั้ง บ้านที่คุณผ่อนชำระ จะหมดภาระก่อนกำหนดเร็วมาก ดอกเบี้ยซื้อบ้านลดทั้งต้นและดอก ต่างจากการกู้ซื้อรถยนต์ คุณจะประหยัดได้เป็นล้านบาท มีคนบอกว่าลดลงได้ถึงหนึ่งในสาม ถ้าคุณไปขอกู้เงินผ่อนบ้าน ตรวจสอบว่าคุณได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าดอกเบี้ยขั้นต่ำ MLR หนึ่งเปอร์เซ็นต์ ถ้าให้เท่า MLR อย่าเอาครับ หลายปีมานี้ ดอกเบี้ย MLR ลดจาก 8.5ลงมาเหลือ 6.23 ธนาคารประกาศดอกเบี้ย MLR บ่อยครับ ติดตามว่าธนาคารลดดอกเบี้ยให้คุณตาม MLR ที่ลดลง จากที่ดอกเบี้ยขั้นต่ำลดลงสองเปอร์เซ็นต์ คุณหาแหล่งเงินกู้ได้ต่ำกว่า MLR หนึ่งเปอร์เซ็นต์ และขอลดดอกได้อีก 1.5-1.75% ดอกลดลงตั้ง 4.5% เงินเยอะนะครับ สมมติว่าคุณกำลังจ่ายดอกที่ MLR ลบหนึ่ง ตอนนี้ MLR อยู่ที่ 6.23 คุณจ่ายที่ 5.23 คุณไปขอลดดอกเบี้ยได้อีก 1.5 คุณจะจ่ายอยู่ที่เกือบสี่เปอร์เซ็นต์เท่าสมาชิกสหกรณ์จุฬา ไม่ต้องห่วงธนาคารครับ ดอกเบี้ยเงินฝากตอนนี้ต่ำมาก ยิ่งเอาเงินนอกมา ดอกถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์หรือเปล่า คุยกับธนาคารเรื่องดอกเบี้ยเป็นเรื่องปกติครับ ใช้ประโยชน์จากข้อมูลนี้ จะลดรายจ่ายคนที่กู้เงินซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ราวสองล้านล้านบาท ทั่วประเทศ สร้างความสุขให้ประชาชนได้มาก ถ้าแบงก์ชาติจะช่วยเผยแพร่ข้อมูล จะเป็นที่รักของประชาชน โพสต์นี้ลงหลายครั้ง มาร่วมสี่ปี อยากให้รู้ สนใจกันทั้งประเทศ แชร์กันมากมาย คนได้ประโยชน์มากมาย ดีใจจัง ----------------------------------------------- Jeerapat Ruengronghiranya ใช้บริการ UOB กับดอกเบี้ย 4.37% ณ ปัจจุบันครับ อีก 6-7 เดือนจะครบ 3 ปีก็เตรียมจะไปขอลดดอกครับ เงื่อนไขแรกที่จะได้ลดก่อนแรกก็คือต้องมียอดเงินต้นคงเหลือไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท หุหุยังเข้าเงื่อนไขกับทางแบงก์ครับแต่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรตามมาอีกหรือเปล่า Tharawit Sirichan ผมใช้ของ ธอส. ตอนทำเรื่องกู้ สัญญาเขียนหากประวัติชำระดี ครบสองปีสามารถทำเรื่องขอลดดอกเบี้ยได้ พอขึ้นปีที่สามดอกฯ เลยลดจาก 5.75 เหลือ 4.5 ค่อยยังชั่วหน่อย มีบทเรียนคือควรรีบไปทำเรื่องไว้ก่อน เพราะของผมใช้เวลาทำเรื่องนาน 3 เดือน (มีสามเดือนที่ต้องจ่ายดอกฯ 5.75) Supakit Tippayanate ตอนนี้ดอกเบี้ยกู้บ้านผม 3.5% ต่อปี เพราะก่อนรีไฟแนนซ์ผมไปธนาคารทุกที่ มีโปรพิเศษอะไรบ้างเอามาให้หมด จนรวบรวมได้เกือบทุกธนาคารครับ สุดท้ายไปลงที่ ธอส. ที่มีดอกเบี้ย refinance ดีสุดมีสวัสดิการลดเพิ่มให้พนักงานบริษัทด้วยครับ ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดดอกประมาณ 4% ลดสวัสดิการพนักงานอีกเป็น 3.75% ผมก็ไปขอเอกสารกับที่เก่าครับคือ KTB เค้าก็บอกว่าเอา ref. มาครับคือเอกสาร refinance ของ ธอส. หลังจากนั้นเค้าก็ทำเรื่องปรับดอกให้ผมเลยครับ ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มซักบาท ดอกเบี้ยประหยัดได้หลายหมื่นครับ สรุปสั้นๆ หาดอกเบี้ยที่ถูกสุด ไปคุยกับธนาคารเดิมว่าเราลูกค้าชั้นดีนะ มีการจ่ายทุกงวด มีตัดต้นด้วย ยังไงธนาคารเดิมเค้าอยากรักษาลูกค้าไว้อยู่แล้วครับ ปล. ที่เหลือ 3.5 เพราะธนาคารประกาศลดดอกเบี้ยอีก 0.25 ครับเมื่อต้นปี Pongsit Chanapai ไปคุยกับธนาคารอื่นเรื่องขอrefinance ก่อนครับ ดอกมันจะถูกกว่าขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม แต่จะโดนธนาคารเดิมคิดค่าปรับเมื่อขอย้ายเจ้าหนี้ กรณีนี้ เอาดอกเบี้ยใหม่ที่เราไปคุยไว้หลายๆธนาคาร มาโชว์เจ้าหนี้เดิม ถ้าดอกเบี้ยที่ใหม่ต่ำกว่าที่เก่ามากจนคุ้มกับค่าปรับ บอกเลยว่า ถ้ามึงไม่ลดให้กูต่ำๆแบบนี้ กูไปแน่ 5555 ธนาคารอยู่ได้ด้วยดอกเรา เราเป็นนายมันครับ อัดมันหนักๆ ลูกหนี้ชั้นดีเป็นพ่อทุกธนาคารครับ ขอแชร์หลายแสน ล้านคนล่ะ
5 วิธีประหยัดเงินก่อนเดินทางท่องเที่ยว
เข้าสู้หน้าหนาวแล้ว ช่วงนี้หลาย ๆ คนคงกำลังเตรียมวางแผนเดินทางไปเที่ยวกันแน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ ซึ่งหน้าหนาวคนส่วนใหญ่ก็จะพากันไปเที่ยวภูเขา ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามในหน้านี้เลยทีเดียว แต่ก่อนเราจะเก็บกระเป๋าเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจนั้น MoneyGuru.co.th อยากให้คุณผู้อ่านมาวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับการพักร้อนในครั้งนี้กันก่อนค่ะ จะได้ประหยัด ๆ เหลือเงินใช้กันเยอะ ๆ เนอะ มีความยืดหยุ่นกับแผนการเดินทาง ถ้าตารางงานของคุณหรือตารางเรียนของลูกคุณไม่แน่นจนเกินไป มันจะเป็นการประหยัดกว่าหากคุณมีความยืดหยุ่นในการเดินทาง ทั้งนี้คุณสามารถประหยัดเงินได้ด้วยการมีความยืดหยุ่นในสถานที่ที่คุณไป อย่างการเดินทางก่อนหรือหลังช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพราะวันธรรมดาจะมีคนเดินทางน้อย และอาจทำให้ตั๋วเครื่องบินมีราคาถูกลงมากค่ะ เดินทางในวันอังคารหรือวันพุธ วันศุกร์สุดสัปดาห์คือวันที่คนเดินทางไปเที่ยวเยอะมากที่สุดเลยค่ะ ซึ่งทำให้ไม่เพียงแต่คุณจะต้องเจอกับฝูงชนและเครื่องบิน delays เท่านั้น แต่คุณยังจะต้องเจอกับราคาตั๋วเครื่องบินที่มีราคาสูงขึ้นลิบลิ่วอีกด้วย ดังนั้นเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว เราแนะนำให้คุณเดินทางวันอังคารหรือวันพุธจะดีกว่าค่ะ เจอตั๋วเครื่องบินถูกให้รีบจอง การซื้อตั๋วเครื่องบินก่อนวันเดินทางเพียงแค่วันเดียวนั้น สามารถทำให้คุณเสียเงินไปเป็นจำนวนมากเลยนะคะ ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินของเราได้แนะนำว่า ควรจองตั๋วเครื่องบินไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ยิ่งตอนนี้มีโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินถูก ๆ มากมายเลยค่ะ คุณผู้อ่านสามารถหาข้อมูลได้ เพราะยิ่งคุณซื้อตั๋วล่วงหน้านานเท่าไร ตั๋วเครื่องบินก็จะยิ่งมีราคาถูกมากเท่านั้นนะคะ ใช้ประโยชน์จากส่วนลดสมาชิก คุณลองไปหาข้อมูลว่าคุณเป็นสมาชิกกับร้านค้าหรือบริการอะไรบ้าง เพราะบางคนก็สมัครสมาชิกมากมายจนลืมไปเลยว่าตัวเองเป็นสมาชิกอยู่ ซึ่งหากคุณเป็นสาชิกกับร้านค้าหรือบริการใด ๆ แล้ว คุณอาจใช้สิทธิพิเศษของการเป็นสมาชิกนั้น ๆ เพื่อลดค่าบริการได้ค่ะ อย่างเช่นสมาชิกสายการบิน, สมาชิกบัตรเครดิต, หรือสมาชิกโรงแรม รับ Cash Back เมื่อจองการเดินทางออนไลน์ มีเว็บไซต์ cash-back หลายเว็บไซต์เลยนะคะที่ให้เปอร์เซ็นต์แก่ลูกค้า หากลูกค้าไปใช้บริการผ่านเว็บไซต์พวกเขา ทั้งนี้คุณสามารถได้รับ cash-back กลับมาเมื่อเข้าไปใช้บริการผ่านเว็บไซต์ ซึ่งมันจะทำให้คุณสามารถประหยัดเงินได้เยอะเลยทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการจองโรงแรม, การจองตั๋วเครื่องบิน หรือเช่ารถยนต์ค่ะ และหากคุณต้องการอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเงิน บัตรเครดิต รถยนต์ และประกันรถยนต์ คุณสามารถกด Subscribe ทีนี่ได้เลยค่ะ MoneyGuru.co.th จะส่งสาระความรู้ดี ๆ แบบนี้ตรงถึงอีเมลของคุณทุก ๆ สัปดาห์